China Power

casinowebsitetemplate: Diplomacy 101

ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 2020,ทั้งนี้บริษัท คาดว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อบริษัท ที่จะทำให้เป้าหมายของบริษัทที่จะเข้าสู่ธุรกิจในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตของการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เร็วที่สุด โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของการบริโภคเนื้อสัตว์ ในรอบปี 2547-2557 ประมาณร้อยละ 7.4 (ที่มา:USDA)กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: หากกลับมายืนเหนือ 1445 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น มิฉะนั้นการพยายามฟื้นตัวจากจุดต่ำเดิมที่ 1433 จุด เท่ากับสูญเปล่า และแนวโน้มดัชนีจะปรับลงต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1420 จุด ด้านประเด็นสำคัญสัปดาห์หน้า ติดตามผลประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายใน SET เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนผลประชุมในช่วงต้นสัปดาห์ กลยุทธ์ นักลงทุนรอแบ่งซื้ออีกครั้งที่แนวรับ 1420 จุด ส่วนการเก็งกำไรเหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณทางเทคนิค ได้แก่ FORTH (รับ 7.95 ต้าน 8.50 Cut 7.70) และ TGCI (รับ 3.54 ต้าน 3.90 Cut 3.40)บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC,บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY และใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2 หรือ TPOLY-W2 มีผลวันที่ 27 ก.ค. 2558 ถึงวันที่ 14 ส.ค. 2558โดยบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น เพื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นปรึกษาทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การประกาศงบการเงินในช่วงไตรมาส 2/58 ของกลุ่มธนาคารที่หดตัวลงไม่มากนัก และมีหลายธนาคารที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้สถานการณ์ลงทุนไม่เลวร้ายมากนักดัชนี SET อยู่ที่ 1,440.94 จุด -3.72 จุด -0.26% ปริมาณซื้อขาย 14,875 ลบ.ทั้งนี้ ความสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในแผนบริหารพลังงานล่วงหน้า และความสนับสนุนของภาคเอกชนและประชาชนในการร่วมลดใช้พลังงาน ส่งผลให้การปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่นรวมถึงโครงการสร้างโรงงานรั้วสำเร็จรูปที่จังหวัดระยองเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำตลาดในภาคตะวันออก และมีกำลังการผลิต 3.48 แสนตรม./ปี คาดเสร็จใน 1Q16 3) สร้างโชว์รูมที่ย่านกลางเมืองเพื่อสร้างความรู้จักกับลูกค้า หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร AAV (คาดไตรมาส 2/58 เป็น low season ที่แข็งแกร่งกว่าปกติ ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันถูก, เป้าทางกลยุทธ์ 4.88-4.92 ตัดขาดทุน 4.70) และ IRPC (คาดกำไรไตรมาส 2/58 สูงสุดเป็นประวัติการณ์, เป้าทางกลยุทธ์ 4.38 และ 4.48-4.52 ตัดขาดทุน 4.12)ดังนั้น บริษัทเห็นว่าเป็นการสมควรที่บริษัทจะได้แจ้งให้นักลงทุนทราบถึงเหตุการณ์ที่อาจมีผลทำให้ข้อมูลในหนังสือชี้ชวนของบริษัทฯ เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญดังกล่าว และบริษัทฯ ได้ตัดสินใจระงับการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเจาะจงไว้ก่อน ในการนี้ หากภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้พิจารณาสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง,ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 4 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในครึ่งปีหลังราว 2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 59ขณะที่การผลิตเครื่องรีดยางพารานั้น บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท ยิปต้า จักรกลเกษตร เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องรีดยางพารา (ยางเครป) เพื่อร่วมกันคิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรไทย และสนับสนุนอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยางพาราในอนาคต โดยเบื้องต้น UREKA ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องจักรนั้น จะเป็นผู้ผลิตเครื่องรีดยางพารา และในอนาคตบริษัทมีแผนขยายตลาดเครื่องจักรกลไปยังกลุ่มพืชผลเกษตรอื่นๆเพิ่มเติม น้ำมันดิบปิดวันศุกร์ปรับลง ตลาดวิตกอุปทานสูงเกินไปนอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาพัฒนาเครื่องคว้านเมล็ดลำใย คาดว่าจะนำไปแสดงในงานเทศกาลลำใยที่จังหวัดลำพูนช่วงกลางเดือน ส.ค. สำหรับแผนการซื้อกิจการธุรกิจผลิตหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงาน โดยบริษัท ยูเรกา ออโตเมชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนั้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือนก.ย. หลังจากได้ทำการตรวจสอบสถานะสินทรัพย์(Due Diligence) แล้วเสร็จทั้งหมด มูลค่าลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท โดยเงินลงทุนจะมาจากการออกตั๋วเงินกู้ระยะสั้น (B/E)ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1.5% แตะที่ 388.91 จุด เมื่อเวลาประมาณ 08.20 น.ตามเวลาลอนดอน,เว็บรวมสล็อตทุกค่ายฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา。 ปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานอาหารสัตว์ที่จ.เพชรบุรี มีกำลังการผลิตอาหารกุ้ง 6 หมื่นตัน/ปี และอาหารปลา 7.2 หมื่นตัน/ปี ขณะที่โรงงานอาหารสัตว์แห่งใหม่ที่จ.สงขลา มีกำลังการผลิตอาหารกุ้ง 6 หมื่นตัน/ปี และอาหารปลา 7.2 หมื่นตัน/ปีนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงยูนิลีเวอร์ซึ่งเปิดเผยว่า กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ร่วงลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 2.49 พันล้านยูโร (2.72 พันล้านดอลลาร์) หลังจากอัตราการขยายตัวของยอดขายชะลอลงด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 95.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2005。

RSI ฟื้นตัวทั้งนี้ แนวโน้มการตั้งสำรองในครึ่งปีหลังของปี 58 จะลดลงสู่ระดับปกติหลังจากได้ตั้งสำรอฯพิเศษในไตรมาส 2/58 ซึ่งน่าจะเพียงพอในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันแล้ว โดยรวมเป้าหมายทางการเงินหลักของธนาคาร คือ การเติบโตสินเชื่อ, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายสำรอง ไม่ต่างจากประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัย ซึ่งยังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 3.1 หมื่นล้านบาทTASCO มูลค่าการซื้อขาย 1,294.59 ล้านบาท ปิดที่ 24.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาทJAS มูลค่าการซื้อขาย 636.23 ล้านบาท ปิดที่ 5.05 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง? สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ เผยยอดค้าปลีกในเดือน มิ.ย.ปรับตัวลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. เนื่องจากยอดขายที่ร้านอาหารและปั๊มน้ำมันร่วงลง นอกจากนี้ยอดขายคอมพิวเตอร์ ของเล่น และเครื่องประดับก็ปรับตัวลงด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว ยอดค้าปลีกยังขยายตัว 4%ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (24 ก.ค.) ที่ 1,086.00 จุด ลดลง 16.00 จุด หรือ 1.45%SIMAT ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีจังหวะดีดตัวขึ้นผ่านแนวเส้น Downtrend Line พร้อมปริมาณการเริ่มซื้อขายหนาแน่นขึ้น เครื่องมือ MACD เริ่มชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 5.15 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 5.40 บาทอย่างไรก็ตาม การประกาศงบการเงินในช่วงไตรมาส 2/58 ของกลุ่มธนาคารที่หดตัวลงไม่มากนัก และมีหลายธนาคารที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ทำให้สถานการณ์ลงทุนไม่เลวร้ายมากนัก,Oil 1880 1970,โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลงแรง คาดว่ามาจากประเด็นที่วานนี้ (22 ก.ค.) PAE ได้มีการยกเลิกการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วาระเกี่ยวกับการเพิ่มทุนออกไปอย่างไม่มีกำหนด、คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝากถอนได้、 มอง SET บ่ายนี้ ยังผันผวนในกรอบเดิม ขณะตลาดน่าจะเก็งกำไรกลุ่มอื่นมากขึ้น หลังสิ้นสุดการประกาศในกลุ่มธนาคาร มองกรอบเดิมบ่ายนี้ที่ 1430,1440-1455 ส่วนอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทในปัจจุบันคงที่จากปี 57 ที่ 12% โดยอัตราการปฏิเสธสินเชื่อส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการซื้อโครงการจำนวนมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เกณฑ์รายได้อาจจะยังไม่ผ่านเกณฑ์ธนาคาร และลูกค้าระดับล่างที่ซื้อโครงการราคา 3-5 ล้านบาท มีการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์อยู่บ้าง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดมากขึ้น หลังจากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ส่วนลูกค้าระดับบนไม่พบปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อทั้งนี้ ราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมาราคาหุ้นร่วงแรงเกือบติดฟลอร์ โดยปิดที่ 8.60 บาท ปรับตัวลง 3.40 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 28.33% สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 23 ก.ค.58PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,190.70 ล้านบาท ปิดที่ 64.25 บาท ลดลง 2.50 บาทแนวรับ 6.87 แนวต้าน 7.25 แนวโน้มทางเทคนิคตรงนี้ถือว่าค่อนข้างต่ำ แต่จะต่ำกว่านี้อีกหรือไม่นั้นบอกยาก เอาว่าถึงจุด Oversold และราคาต่ำกว่า 4 บาทเห็นไม่บ่อยนัก แนวต้านตามเส้นกดทับอยู่ที่ 3.96 บาท ใครจะรับเก็งกำไร หรือถือโอกาสเก็บไว้ลืมๆ ก็ไม่เลว ข่าวดีกำลังจะออกมาอีกไม่นานนี้ละ นายมาเร็ค เบลกา ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ เปิดเผยว่า โปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป (EU) จะไม่เข้าร่วมยูโรโซน ตราบใดที่ยังคงเกิดปัญหาจากประเทศสมาชิก อาทิ สถานการณ์หนี้กรีซ ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อค่าเงินยูโร พร้อมกับกล่าวว่าโลกใกล้หมดหนทางรับมือกับวิกฤตการเงินแล้ว หากต้องเผชิญอีกในระลอกถัดไป ภาพของการฟื้นตัวดังกล่าว หากอ้างอิงวิธีการวิเคราะห์เทคนิค คาดว่าจะมี Momentum ที่ทำให้เกิด Technical Rebound ต่อเนื่องได้อีกระยะ แต่ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดๆเข้ามา จะมีก็แต่ปัจจัยลบที่ยังคงรุมล้อมและเพิ่มเรื่องเข้ามาตลอด ล่าสุด ก.พาณิชย์ ได้มีการทบทวนตัวเลขส่งออกปีนี้จากเดิมว่าจะขยายตัว 1.2% อาจปรับลดลงเหลือ 0-0.5% นอกจากนี้มุมมองที่ย่ำแย่ต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลัง (2H58) ของสำนักวิเคราห์ต่างๆจนนำไปสู่กระแสปรับลดประมาณการณ์กำไรตลาดปี 2558 ก็เป็นตัวกดที่ทำให้ดัชนีฟื้นตัวขึ้นได้ยาก เนื่องจาก Valuation แพงสวนกับ Earning ที่ปรับลดลง ดัชนีจึงน่าจะมีพื้นที่ฟื้นตัวจำกัด ประเมินแนวต้านทางเทคนิคไว้ที่ 1,457 และ 1,472 จุด SET ปิดลบ 6.58 จุด TASCO ซื้อ-ขายสูงสุด 1.73 พันลบ.。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.