Features | Diplomacy

บา คา ร่า เติม วอ ล เล็ ท 1️⃣2021: Beyond Alliance Repair: Biden Must Do More in the Indo-Pacific

เครดิต ฟรี กด รับ เอง 2021 1️⃣2021,อย่างไรก็ตามเกมมาถึงนาที 60 ไทย มาพลาดเสียจุดโทษ หลัง เนติพงษ์ แสนมะฮุง ไปทำฟาวล์ผู้เล่นจีนในเขตโทษและเป็น เหยา จวิน เส้ง ที่สังหารจุดโทษไม่พลาดพาจีนขึ้นนำ 1-0 จากนั้นไทย ทยอยเปลี่ยนตัวอีกครั้งส่ง สุประวีณ์ มีประทัง, อภิรักษ์ วรวงษ์, กิตติพงษ์ วงมา ลงเล่นแทน พิธิวัต สุขจิตรธรรมกุล, รัตนัย ส่องแสงจันทร์ และเจนรบ สำเภาดีนาทีที่ 61 ทีมช้างศึกเกือบได้ประตูทิ้งห่าง ธีรศิลป์ ได้บอลที่บริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนโดนปะทะล้มลง แต่ในจังหวะต่อเนื่อง ศราวุฒิ พาบอลควบเข้าไปยิงติดเซฟ เมก้า ออกหลังแบบได้ลุ้น、 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาล่าสุดทาง พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศฯ เผยว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันเกม “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ได้ทำรายงานเรื่องแฟนบอลอินโดนีเซีย ถึงสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือเอเอฟซี เรียบร้อยแล้ว หลังพบว่ามีแฟนบอลจำนวนหนึ่งจุดพลุแฟลร์ในสนาม รวมถึงมีการยิงเลเซอร์ลงมารบกวนการเล่นของทางฝั่งไทย,รูปเกมที่คาดเชลซี กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด หลังเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ มา 3-1 ขณะที่ เวสต์ บรอมฯ ก็กำลังมีผลงานที่ดี อย่างไรก็ตาม เกมนี้เล่นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชื่อว่าเจ้าถิ่นน่าจะเป็นฝ่ายที่ทำเกมได้ดีกว่า และจังหวะสุดท้ายที่กำลังมีความเฉียบคมก็น่าจะช่วยให้เบียดคว้าชัยชนะไปได้สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ยืนยันว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพใหม่ ในปี 2018 หรือครั้งหน้า เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผมได้เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดของสโมร ก็ได้รับแจ้งว่าจะไม่ได้อยู่ทำงานร่วมกับทีมต่อในปี 2017 ซึ่งหลังจบการพูดคุยเราก็เข้าใจในวิถีการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอล เกมดังกล่าว อินโดนีเซีย จะโยกไปใช้สนามสนาม ปากันสารี สเตเดี้ยมที่มีความจุได้เพียง 30,000 ที่นั่ง และเปิดจำหน่ายทางออนไลน์ 13,000 ใบและแบบต่อคิวซื้อ 15,000 ใบจึงทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอล และได้มีกลุ่มที่ไม่ได้บัตรเข้าพากันก่อความวุ่นวาย แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้“ด้านเรื่องชุดแข่งใหม่ ปีนี้เราจะเปิดจำหน่ายวันแรกในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ โดยเป็นเสื้อเหย้า และเสื้อเยือน ส่วนเสื้อไทเทเนียม (เสื้อที่ 3) จะเปิดตัวและวางจำหน่ายในวันที่ 30 ธันวาคม นี้”,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องปรับทัพในบางตำแหน่ง จากอาการบาดเจ็บและติดโทษแบนของนักเตะ ในเกมบุกเยือน คริสตัล พาเลซ ศึก พรีเมียร์ ลีก คืนนี้ โดยมีเป้าหมายคว้าชัยชนะเพื่อไล่จี้พื้นที่ยุโรปต่อไป สำหรับความพร้อมของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรกันบ้างมาดูกัน ซันเดอร์แลนด์พรีเมียร์ลีก อังกฤษสิงห์บลูสเตเดี้ยม ออฟไลท์เชลซีแมวดำ ABOUT THE AUTHOR ถุงเท้าทองคำ ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฝูงชน "นกลิเวอร์เบิร์ด" แห่งทุ่งหญ้าอาณาจักร เมอร์ซีย์ไซด์ ในสยามประเทศสำหรับรายชื่อนักเตะทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทั้ง 20 คน มีดังนี้“อย่างที่เห็นอินโดโดนฟีฟ่าแบนไป 2 ปี แต่ภายในประเทศเขายังแข่งขันอยู่ ซึ่งการที่เขาเข้ามาถึงรอบชิงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพัฒนา เราก็อยากพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ว่าผลจะเกิดขึ้นในเกมการแข่งขันมีแพ้มีชนะมีเสมอ หลังแข่งขันเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน” ก่อนหน้านี้ “เดอะพาวเวอร์” ได้เปิดเผยถึงกลุ่มทุนใหม่ในนาม “สมุทรสาครซิตี้ พาวเวอร์” ที่เข้ามาร่วมทุนจนทีมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ต้องติดปัญหาเรื่องคลับไลเซนซิ่งทำให้ไม่สามารถโยกย้ายสนามได้ ทำให้ต้องส่งเรื่องให้กับสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ตัดสินในเวลาต่อมา ทว่าล่าสุดประธานบริหารพาวเวอร์ ได้ยืนยันว่าดีลดังกล่าวได้ล่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทันห์ เนียน นิวส์เปเปอร์ คัพ 2016ทีมชาติไทย U23นฤพล แก่นสนวทันยา วงษ์โอภาสีอิสระ ศรีทะโรดาวเตะชาวกาน่าทำผลงานได้ดีในการย้ายจากไทยลีกไปเล่นในยุโรปกับอันเดอร์เลชท์ และถูกปรับตำแหน่งให้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย และปีกซ้าย ทำให้ตกเป็นข่าวว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลสนใจที่จะดึงตัวมาร่วมทีมและได้ติดตามฟอร์มการเล่นมาซักระยะแล้ว โดยพร้อมที่จะจ่ายค่าตัวประมาณ 6 ล้านปอนด์ เนื่องจากนักเตะเหลือสัญญากับสโมสรดังในเบลเยียมถึงปี 2019ทั้งนี้สโมสรที่ต้องการของบจากโครงการสนับสนุนเงินพัฒนาสโมสรจะต้องส่งใบเสนอราคาและแบบแผนการก่อสร้างเพื่อเป็นการยืนยัน ซึ่งทางสมาคมฯเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละสโมสรได้อย่างเด่นชัดภายใน 1 ปี,ช่วงครึ่งหลัง แม้ว่า อาร์เซนอล ดูจะครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ต้องบอกว่าเป็นทางเจ้าบ้านที่มีโอกาสจะแจ้งมากกว่าอย่างชัดเจน และรูปเกมก็ยังคงคู่คู่สูสีกันมาจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน มาได้ทีเด็ดจากลูกโขกของเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง แอชลี่ย์ วิลเลี่ยม ช่วยให้จบ 90 นาที ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เป็นฝ่ายพลิกกลับมาชนะ ปืนใหญ่ ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไปแบบสุดมันส์ที่สกอร์ 2-1กุนซือชาว เยอรมัน วัย 49 ปี เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า มันไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะต้องส่ง ลอริส ลงไปในสถานการณ์แบบนี้ เพราะเขาคือผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยม มากกว่าคนที่ลงไปโชว์ฟอร์มให้เราเห็นในเกมที่ผ่านมา(กับ เวสต์แฮม) 。 สำหรับรายชื่อนักฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 11-14 ธันวาคม 2559 โดยมีรายชื่อต่อไปนี้ปัจจุบัน ปาเยต ถือเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในทีม เวสต์ แฮม โดยได้รับเงินถึง 125,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ แต่ในเงื่อนไขสัญญาที่เจ้าตัวทำเอาไว้กับสโมสรนั้นระบุเอาไว้ว่าหากทางสโมสรตกชั้น ตัวนักเตะจะสามารถย้ายไปอยู่กับทีมไหนก็ได้ที่ให้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ อ้างอิงจากการรายงานของ The Timesเดอะซัน สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดีตีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจดึงตัว แฟรงค์ อาชิมปง อดีตกองหน้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปร่วมทัพ。

เครดิต ฟรี กด รับ เอง 2021 1️⃣2021,หลังการฝึกซ้อม “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน เปิดเผยว่า “การฝึกซ้อมวันนี้เป็นการทบทวนแท็กติกต่างๆ เพื่อให้ทีมพร้อมที่สุด และต้องบอกเลยว่าสภาพทีมตอนนี้ถือว่าเต็มร้อย เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ จะเป็นห่วงก็เรื่องสภาพอากาศที่หนาวขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเริ่มมีฝนตกลงมาทำให้อุณหภูมิลดลง ส่วนเรื่องสภาพสนามแข่งขันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” โดยเกมคู่แรกจะทำการแข่งขันกันในคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ปีหน้า(รอการยืนยัน) ดาวเตะวัย 31 ปีรอดชีวิตพร้อมกับ  อลัน รัสเชล และ แจ็คสัน โฟลมันน์ จากอุบัติเหตุทางเครื่องบินที่มีผู้เสียชีวิตคนไปถึง 71 ราย ซึ่ง 19 คนในนั้นคือนักเตะชาเปโคเอนเซ ในระหว่างที่เดินทางไปแข่งโคปา ซูดาเมริกานา 2016 นัดชิงชนะเลิศกับ อัตเลติโก นาซิอองนาล ซึ่งหลังจากที่ได้สติแล้ว เนโต้ ที่จำเหตุการณ์ไม่ได้ ได้ถามแพทย์ที่รักษาเกี่ยวกับผลการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศที่ตนเดินทางไปแข่ง แต่ทีมแพทย์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงเกิดอะไรขึ้นเพื่อรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยเอาไว้ก่อน และรอให้อาการดีขึ้นกว่านี้จึงจะตัดสินใจบอกทุกสิ่งครึ่งหลังไทยเปลี่ยนเอา ชินภัทร์ ลีเอาะ ลงไปเล่นแบ๊คขวาแทน เจนภพ โพธิ์ขี และถอดเอา ชัยวัฒน์ บุราณ ออกส่ง ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ลงไปลากเลื้อยริมเส้นแทน และเอา วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ลงสนามไปปั้นเกมหลังหน้าเป้าแทน ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา และรูปเกมถือว่าดีขึ้นพอสมควรโดยคลิปดังกล่าวถูกโพสต์โดยเพื่อนร่วมทีมอย่าง วิลเลียน ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว จะฮาขนาดไหนไปดูกันเองเอาก็แล้วกัน , แต่ถึงแม้วันใดวันหนึ่งผมจะได้รางวัลนี้จริง ผมก็ยังคิดว่า โรนัลโด้ กับ เมสซี่ คือที่สุดอยู่ดี เพราะว่าพวกเขาได้รางวัลกันมาแล้วคนละ 3-4 สมัย ปีกขวาตัวเก่งทีมชาติอินโดนีเซีย ต้องพบข่าวร้ายเมื่อแพทย์เช็คผลตรวจต้องพักประมาณ 1 เดือน ทำให้หมดสิทธิ์ดวลช้างศึก ศึกชิงแชมป์อาเซียน รอบชิงชนะเลิศเลกสอง,M Baihaqi“ส่วนจุดแข็งคือเรื่องความเร็ว ปีกด้านข้างทั้งซ้ายและขวาเร็วแล้วกองหน้ามีประสบการณ์ ทั้งเบอร์ 7 (โบอาส โซลอสซ่า) อีกทั้งกองหลังก็สูงใหญ่ แต่แดนกลางมีเปลี่ยนแปลงเยอะ เปลี่ยนคนที่เคยเล่นตั้งแต่สมัยซีเกมส์ ที่พม่า, เอเชียนเกมส์ ที่อินชอน ซึ่งเราก็ดูตลอดว่าใครลง เราจะวางหมากอย่างไร เราก็ดูภาพรวมทั้งหมด” ซิโก้กล่าวปิดท้ายก่อนจะไปสร้างชื่อกับ บาร์ซ่า ในทุกวันนี้ ปิเก้ ก็เคยทำประตูให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เหมือนกันหากคุณคิดว่าใครที่รายชื่อตกหล่นไป และน่าจะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้มากกว่าทั้ง 10 คนด้านบน ลองให้ความเห็นกันมาได้ที่ช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย เวลา 2.45 น. นอริช ซิตี้ 1-0 แอสตัน วิลล่าเวลา 2.45 น. เบอร์มิงแฮม 2-1 อิปสวิช ทาวน์เวลา 2.45 น. แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-3 ไบรท์ตันเวลา 2.45 น. บริสตอล ซิตี้ 0-1 เบรนท์ฟอร์ดเวลา 2.45 น. เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 0-1 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์เวลา 2.45 น. คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 วูล์ฟแฮมป์ตันเวลา 2.45 น. ฟูแล่ม 2-1 ร็อตเธอร์แฮมเวลา 2.45 น. ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 เร้ดดิ้งเวลา 2.45 น. เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 2-0 บาร์นสลี่ย์ ,แฟนอินโดนีเซียทำตัวไม่น่ารักซะแล้ว เมื่อภาพจับได้ว่ามีบางพวกพยายามยิงเลเซอร์ใส่หน้านักเตะไทยในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่ผ่านมา คอมเม้นท์หลังทีมอินโดนีเซียชนะไทย 2-1รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมเอฟเวอร์ตัน : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก(GK), เชมุส โคลแมน, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยม, ฟีล จากีลก้า, เลย์ตัน เบนส์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, เจมส์ แม็คคาร์ธีย์, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, โรเมลู ลูกากู,“ซิโก้” เผยหลังเดินทางถึงเมืองไทยว่า “เรามีลูกอเวย์โกลอยู่ ฉะนั้นเราขอแค่ยิง 1-0 ก็สามารถเป็นแชมป์ได้ เราเชื่อว่าถ้าเราเดินเกมได้ราบรื่น ทุกคนเข้าใจวิธีการเล่นประกอบกับเสียงเชียร์น่าจะทำให้ทีมเราทำได้”สถิติเฮดทูเฮดที่น่าสนใจแมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติที่ดีมากในการพบกับ คริสตัล พาเลซ ใน พรีเมียร์ ลีก โดยทั้งหมด 14 ครั้งที่พบกัน ทีมปีศาจแดงไม่เคยแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยแบ่งเป็นชนะ 11 ครั้ง และเสมออีก 3 ครั้ง ไทยกลับมาสู่สังเวียนนัดชิงฯ อีกครั้งในปี 2007 ครั้งนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันนัดชิงฯ เป็นแบบเหย้า-เยือน ซึ่งเลกแรกไทยบุกไปพ่ายสิงคโปร์ 2-1 ก่อนจะกลับมาเสมอกันที่ศุภชลาศัย 1-1 สกอร์รวมไทยพ่ายไป 3-2 ทำให้ทีมลอดช่องคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สามเทียบเท่าไทยและเป็นการพลาดพ่ายในนัดชิงฯ เป็นครั้งแรกของทัพช้างศึกกองหน้า: กิตติพงษ์ วงมา (ศรีสะเกษ เอฟซี), ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (ราชบุรี มิตรผล), เจนรบ สำเภาดี (บีอีซี เทโรศาสน)ก่อนจะไปสร้างชื่อกับ บาร์ซ่า ในทุกวันนี้ ปิเก้ ก็เคยทำประตูให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เหมือนกันหากคุณคิดว่าใครที่รายชื่อตกหล่นไป และน่าจะมีชื่ออยู่ในลิสต์นี้มากกว่าทั้ง 10 คนด้านบน ลองให้ความเห็นกันมาได้ที่ช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย วันที่ 20 ธ.ค. 59เมียนมาร์ ยู-23 พบ โยโกฮาม่า ยู-23 เวลา 16.00 น., ไทย ยู-23 พบ ฮองอันห์ ยาลาย ยู-23 เวลา 18.30 น.。

Washington must sharpen its focus on strengthening the regional order-defending agendas of its Indo-Pacific alliances.

Beyond Alliance Repair: Biden Must Do More in the Indo-Pacific
Credit: Official White House photo

Defense and foreign ministers from Australia and the United States will be gathering this week for the annual Australia-U.S. Ministerial (AUSMIN) Dialogue, the first 2+2 meeting between the allies since U.S. President Joe Biden took office. After the mercurial alliance management of the Trump years, Australian officials could be forgiven for looking ahead to this occasion with a mixture of relief and high expectations.

The consultations will bring much-needed normalcy to the Australia-U.S. alliance. But they may also bring bold new commitments to increase collaboration on a range of global challenges: from climate change and human rights to governance reform and critical technology cooperation. This, after all, has been the Biden team’s playbook so far in engagements with the United States’ democratic allies and partners around the world.

Strengthening the international rules-based order is an important agenda. But to win today’s contest with China in the Indo-Pacific, Biden’s global focus won’t be enough. As we argue in “Correcting the Course: How the Biden Administration Should Compete for Influence in the Indo-Pacific,” the United States must invest in the regional order-defending functions of its Indo-Pacific alliances and partnerships if it is to succeed in improving its strategic position in the region. Biden’s global order priorities, despite being broadly welcomed in the region, are not directly relevant to competing for present-day influence in the Indo-Pacific. Although alliance repair is an important part of the regional agenda, more is required to support and empower U.S. allies and partners to set them up for success in strategic competition.

Restoration and Global Order

The Biden administration deserves credit for moving fast to reinvigorate its Indo-Pacific alliances and partnerships after the tumult of Donald Trump’s presidency. Early cabinet-level visits to Japan and South Korea in March saw the United States reaffirm its defense treaty commitments and secure host nation support agreements with both allies. Biden’s team has also made it clear that it views U.S. allies and partners as indispensable “force multipliers” for strengthening the liberal international order and addressing a long list of global concerns. Given the Trump administration’s narrow prioritization of regional security issues and the Biden team’s restorationist agenda, this is as welcome as it is unsurprising.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Operationalizing this agenda has seen the Biden administration reopen the global aperture of the United States’ Indo-Pacific alliances and partnerships in ways reminiscent of the Obama years. Leaderssummits with Japanese and South Korean counterparts produced ambitious agendas for global cooperation, including new bilateral climate, health, and technology mechanisms. The same approach has been applied to the India-U.S. partnership, with officials emphasizing cooperation on climate change, health, supply chain security, and technology issues, and flagging expanded coordination in the Indo-Pacific, Africa, and Middle East. Although cabinet-level engagements with Australia have been sparing to date, U.S. officials have nonetheless sought Canberra’s cooperation on global health and economic initiatives, and in promoting democratic values abroad.

The Biden administration has also worked to expand the role of select multilateral groupings involving regional allies. Washington moved quickly to elevate the Quad between Australia, India, Japan, and the United States to a leaders’ level dialogue and revive the dormant trilateral partnership with Seoul and Tokyo. In both cases, the United States and its Indo-Pacific partners have signaled their intention to expand cooperation beyond the security realm – in health, climate change, and technology, etc. – to strengthen the collective ability to provide global and regional public goods.

At the same time, Washington has expended significant diplomatic capital to bring its European and Indo-Pacific partners together in support of a global agenda to counter China’s expanding ambitions and influence. Crucially, as the Biden team views competition with China as a long-term global challenge – rather than a near-term regional imperative – this agenda has prioritized coordinated pushback on issues such as Beijing’s Belt and Road Initiative, cyber malpractices, human rights abuses, and techno-authoritarianism.

Where Goes the Neighborhood?

But for all that Indo-Pacific allies and partners bring to global initiatives, the Biden administration has yet to focus its investment in these relationships on a dedicated regional strategy. This is a serious problem. Biden’s Asia team has talked a big game on strategic competition with China. But even as Beijing continues to undercut U.S. regional preeminence, there remain serious questions over Washington’s capacity and willingness to maintain a favorable Indo-Pacific balance of power, deliver a comprehensive regional trade and investment strategy, and sustain robust and wide-ranging engagement with Southeast Asia.

Worryingly, there has been little progress on such regional issues during the Biden administration’s engagements with its Indo-Pacific allies and partners to date. With the notable exception of the ambitious Quad Vaccine Partnership, projects designed to have a strategic impact in the region – such as the U.S.-Korea Global Vaccine Partnership and U.S.-Japan Competitiveness and Resilience Partnership – have been diffuse and slow-moving. This is a missed opportunity for the administration’s alliance revitalization agenda. But it also raises questions about its priorities so far: The Biden team has simply not demonstrated the same sense of urgency in focusing alliances on Indo-Pacific challenges as it has on building allied and partner support for the globalization of strategic competition with China. This leaves regional states wondering whether Washington will be truly committed to competing for influence with China within the Indo-Pacific.

Empowering Allies Through Defense Integration

As a starting point, ensuring U.S. alliances and partnerships in the Indo-Pacific can effectively contribute to shared security objectives is a necessary component of an improved regional strategy. Achieving this will require the Biden administration to better empower its partners for collective and independent roles. This is not a natural impulse for the United States. On the contrary, Washington’s “superpower mindset” and the protectionist instincts represented in its newly tightened “Buy American” regulations do not portend a swift departure from longstanding U.S. preferences to limit and control the extent of defense integration with allies and partners.

This is especially problematic given the United States’ growing – and increasingly well recognized – need to multilateralize its defense industrial and technological base to maintain a competitive military advantage vis-à-vis China. Unfortunately, even with close allies like Australia and Japan, efforts to deepen defense industry integration have encountered significant economic and political hurdles, particularly around sharing and protecting sensitive data.

Technology sharing reforms should thus feature prominently in the Biden team’s efforts to empower Indo-Pacific allies and partners going forward. To start with, the administration should lean into reforming and implementing existing mechanisms that are designed to facilitate greater two-way collaboration between U.S. and allied defense industries. This includes removing barriers to technology transfer and information-sharing arrangements with Australia by fully utilizing the U.S. National Technology and Industrial Base legislation – the slow progress of which is currently complicating Canberra’s effort to build a sovereign guided munitions manufacturing capability. It also requires reforming restrictive data-sharing arrangements within the U.S. Foreign Military Sales program, the likes of which have recently frustrated Tokyo, pushing it to prioritize domestic alternatives to U.S. capabilities and munitions.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Empowering allies also requires Washington to step out of the way of allied self-strengthening efforts to enhance their own defense capabilities, even when these do not entirely align with U.S. preferences. On this score, the Biden administration’s record is mixed. Its decision to scrap the U.S.-Korea Missile Guidelines in May is a good example of what needs to be done – enabling Seoul to produce and field longer-range systems that provide it operational advantages vis-a?-vis China and North Korea, and paving the way for enhanced bilateral space cooperation. But other efforts will not be so simple. For example, finding a solution to Washington’s disagreement with India over its purchase of the Russian S-400 air defense system – one that does not jeopardize future India-U.S. military cooperation – will be essential for sustaining the trajectory of that strategic partnership. By increasing the ability of U.S. allies and partners to defend themselves and contribute to collective defense efforts, letting such initiatives flourish offers mutual strategic advantages.

Correcting the Course

The Biden administration’s recommitment to strong Indo-Pacific relationships and policy of ongoing strategic competition with China are welcome starting points for its early engagements with allies and partners. But it’s been slow off the mark when it comes to developing a regional strategy that will set the United States on the right trajectory to compete for influence with China within the Indo-Pacific.

This week’s AUSMIN consultations provide an opportunity for Washington to begin correcting the course. By working with Canberra on ambitious initiatives to strengthen regional defense posture, geoeconomic security, sovereign resilience, and diplomatic engagement, Washington can signal that investing in the Indo-Pacific is as important to the administration as global competition with China. Failure to focus substantial attention and resources on regional competition will exacerbate concerns that the Biden administration, like its predecessors, is unable or unwilling to deliver on the Indo-Pacific pivot that Washington has promised for a decade.